ง้างปาก’นพดล’ รับล็อบบี้เจ้าสัวเข้าทุ่งใหญ่เกือบถึงโป่งกระทิง

ง้างปาก'นพดล' รับล็อบบี้เจ้าสัวเข้าทุ่งใหญ่เกือบถึงโป่งกระทิง

วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 20.20 น.

ปทส.จ่อเรียก “นพดล’ สอบปากคำเพิ่มอีกครั้ง หลังย่องเงียบพบตำรวจ ปทส.ก่อนกำหนด ถูกเค้นนานกว่า 6 ชม.ยอมรับยอมรับโทร.หา ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าฯล็อบบี้ให้ “เจ้าสั่วเปรมชัย” เข้าป่าทุ่งใหญ่จริง ขณะที่ “ศรีวราห์” สั่งเช็กวิถีกระสุนเพื่อหาจุดลั่นไกสังหารเสือดำกลางทุ่งใหญ่มัดเจ้าสัวนักล่า ชำแหละเส้นทางเข้าทุ่งใหญ่ของเสี่ยเปรมชัย พบเหลืออีก 10 กม.เท่านั้นจะถึงโป่งกระทิงที่มีสัตว์ใหญ่อาศัยจำนวนมาก”ชมรมอนุรักษ์จุฬาฯ” จัดกิจกรรม”สัตว์ในทุ่งใหญ่ต้องไม่ตายฟรี”

เต้น”นพดล”6 ชั่วโมงยอมรับประสาน ผอ.

13 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ออกหมายเรียกตัวนายนพดล พฤกษะวัน ปรึกษาบริษัท อินตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) และอดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่ถูกระบุว่า เป็นคนประสานให้นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ ผจก. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คนเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกให้มาพบเจ้าหน้าที่ในวันที่ 15 ก.พ.นั้น

ปรากฏว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา นายนพดล ได้ย่องเงียบเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปทส. ก่อนกำหนดในหมายเรียก เนื่องจากไม่ต้องการพบกองทัพสื่อมวลชน

ทั้งนี้ การเข้าพบเจ้าหน้าที่ นายนพดล ถูกสอบปากคำเป็นเวลานานถึง 6 ชม. เบื้องต้นนายนพดล ให้การเป็นประโยชน์ต่อคดี และยอมรับว่าเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทของนายเปรมชัยจริง โดยนายเปรมชัย แจ้งมาว่าจะเดินทางเข้าไปในเขตอุทยานฯ จึงติดต่อไปยัง น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ เมื่อช่วงประมาณปลายเดือน ม.ค.เพื่อขอเข้าพื้นที่

ส่วนหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวนายนพดล มาสอบปากคำอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่ามีข้อสงสัยที่ต้องซักถามใดอีก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของสำนวนคดีอีกด้านหนึ่ง

ทั้งนี้ นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกรวม 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นำโดยนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จับกุมได้ขณะตั้งแคมป์ลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ พร้อมของกลางซากเสือดำ ซากไก่ฟ้าหลังเทา ซากเก้ง ถูกชำแหละถลกหนัง รวมทั้งปืนไรเฟิล ปืนลูกซอง และเครื่องกระสุนจำนวนมาก เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนถูกพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ แจ้งดำเนินคดีทั้งหมด 10 ข้อหาด้วยกัน

ปทส.แฉนพดลขนไฟฉายแจกกรมอุทยานฯ

ด้าน พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) เปิดเผยถึงการสอบปากคำนายนพดล พฤกษะวันว่า ตนได้รับรายงานเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า นายนพดล ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยนายนพดล ให้การว่าตนเป็นคนติดต่อประสานไปยัง น.ส.กาญจนา นิตยะ เมื่อช่วงประมาณปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้นายเปรมชัย และพวก เข้าพื้นที่ไปศึกษาธรรมชาติ แต่ไม่ได้มีการบอกว่าไปล่าสัตว์

“นายนพดลเป็นคนที่นำไฟฉายไปให้กับทางกรมอุทยานฯในวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยให้การว่าให้เนื่องจากนายนพดลเป็นอดีตข้าราชการของกรมป่าไม้ จึงให้ไว้ใช้เพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ใช่เป็นการติดสินบน สำหรับรายละเอียดจำนวนที่มอบให้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อ จะต้องตรวจสอบว่าคำให้การมีความสอดคล้องกันหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหากับนายนพดล เพราะยังไม่มีหลักฐานหรือผลการสอบสวนยังไม่ถึง” ผบก.ปทส.กล่าว

ผบก.ปทส.กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีการแจ้งข้อหากับนายนพดลเรื่องการติดสินบนเจ้าหน้าที่นั้น เป็นการดำเนินการของ บก.ปปป. ซึ่งทราบว่าทางนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ที่มีการตรวจสอบร้านอาหารป่าที่นายเปรมชัยและพวก เข้าไปรับประทานก่อนเข้าไปยังอุทยานฯ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ไม่ใช่แม่ครัวคนเดียวกันกับที่ไปทำอาหารภายในแคมป์ของนายเปรมชัย

ตร.เร่งพิสูจน์ปืนเอาผิด”เจ้าสัวเปรมชัย”

ทางด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังรับวัตถุพยานคดีลักลอบล่าสัตว์ของนายเปรมชัย จากคณะพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) ว่า ในส่วนของวัตถุพยานที่ได้รับมาตรวจสอบ เช่น อาวุธปืนนั้น เพิ่งมาถึงตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลางเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้นำหลักฐานเข้าห้องปฏิบัติการ เพื่อเริ่มกระบวนการตรวจสอบทั้งเรื่องลายนิ้วมือแฝง สารพันธุ์กรรม (ดีเอ็นเอ) แล้ว

ส่วนกระแสข่าวว่าอาวุธปืนที่ยึดได้จากกลุ่มผู้ต้องหามีชื่อของนายเปรมชัย และบุคคลอื่นเป็นผู้ครอบครองนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนปืน ก่อนจะนำไปยืนยันกับกรมการปกครอง ถึงจะบอกได้ว่าปืนที่ยึดมาจำนวน 3 กระบอกนั้น มีชื่อบุคคลใดบ้าง

พล.ต.ต.ธวัชชัย เผยด้วยว่า ส่วนรถโตโยต้าของนายเปรมชัย ที่ถูกยึดไว้วันที่ถูกจับกุมตัว ตอนนี้ยังอยู่ที่พนักงานสอบสวน หากมีการส่งมาให้ตรวจพิสูจน์ ก็จะดำเนินการตรวจสอบตามความต้องการ เมื่อผลส่วนใดออกก็จะรีบรายงานไปยังพนักงานสอบสวนให้ทราบทันที

สั่งเช็กวิถีกระสุน-หาจุดสังหาร “เสือดำ”

ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวก ในคดีบุกรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เพื่อล่าสัตว์ ว่าเมื่อค่ำวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา นายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) แล้ว แต่ตนยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียด

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า สำหรับการสืบสวนในคดีที่เข้าไปล่าสัตว์ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยผลตรวจซากเสือดำเบื้องต้นพบวิถีกระสุนถูกยิงจากด้านบนลำตัว หลังจากนี้ตนได้สั่งการให้พิสูจน์ให้ได้ว่ายิงจากจุดใด มีการทำห้างขึ้นไปยิงสัตว์ หรือยิงจากบนต้นไม้ หากมีการทำห้างก็ต้องสืบสวนสอบสวนว่าใครทำไว้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีในข้อหาล่าสัตว์ป่านั้นสามารถเอาผิดได้อยู่แล้วจากการพบอาวุธปืนของนายเปรมชัย พร้อมซากสัตว์ มีการนำเข้าไปในป่าก็ถือว่าร่วมกันล่าสัตว์ป่า เข้าองค์ประกอบความผิดแล้ว ทั้งนี้ ยังรอผลการตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันอีกครั้ง

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนายนพดล เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายนพดล ยอมรับว่าเมื่อวันที่ 31 ม.ค.61 ที่ผ่านมา ได้โทรศัพท์หา น.ส.กาญจน นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ เพื่อขอประสานงานให้นายเปรมชัยเข้าไปเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ทั้งนี้ เหตุที่มาพบพนักงานสอบสวนก่อนกำหนดเพื่อหลบสื่อมวลชน และจากการสอบปากคำไปยังมีอีกหลายประเด็นที่ตกค้างซึ่งพนักงานสอบสวน ปทส.จะเรียกนายนพดล มาสอบปากคำอีกครั้งเร็วๆ นี้

ส่งรถโตโยต้าพาเปรมชัยเข้าทุ่งใหญ่ให้ ตร.

ส่วนความเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ได้มอบหมายให้นายปิยะพงษ์ สืบเสน นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เคลื่อนย้ายรถยนต์กระบะสี่ประตูยี่ห้อ TOYOTA LANDCRUISER รุ่น 30th anniversary โฟร์วิลล์ V6 สีน้ำตาลอ่อน หมายเลขทะเบียน 7 กค 2192 กทม. ที่นายเปรมชัย ใช้เป็นพาหนะเข้าไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ที่เจ้าหน้าที่เก็บรักษาเอาไว้ที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก (ทินวย) หมู่ 4 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ มาส่งมอบให้กับ ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ เพื่อลงบันทึกข้อมูล ก่อนที่จะส่งต่อไปพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำแห่งชาติต่อไป ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถของกลางในคดีอาญาที่ 26/61 ยึดทรัพย์ที่ 12/61 ลงวันที่ 6 ก.พ. 61

สำหรับการนำรถยนต์ของกลางส่งไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางนั้น เนื่องจากการตรวจพิสูจน์จะต้องใช้เครื่องมือทางเทคนิคพิเศษ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ของกลางดังกล่าวจาก สภ.ทองผาภูมิ ด้วยการใช้รถสไลด์เพื่อทำการเคลื่อนย้ายในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อป้องกันมิให้หลักฐานและร่องรอยต่างๆ เสียหาย ซึ่งจะทำให้ยากต่อการตรวจพิสูจน์

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ (กรมอุทยานฯ) พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมหมาย โชติกะนาวิน นักวิทยาศาสตร์ สัญญาบัตร 4 กลุ่มงานเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 จ.กาญจนบุรี ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ เพื่อทำแผนจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกขั้นตอน ไล่ตั้งแต่การเดินทางเข้ามาในป่าของกลุ่มนายเปรมชัย จนถึงการจับกุม รวมถึงจะมีการจำลองเหตุการณ์ยิงสัตว์ป่าต่างๆ โดยเฉพาะเสือดำ อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งด้วย

ชำแหละเส้นทาง “เปรมช้ย” เข้าทุ่งใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเอกสารบันทึกข้อความขออนุญาตเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 โดยนายวิเชียร ชิณวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก แจ้งถึงผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ใจความว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จากผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า แจ้งว่าคณะนายเปรมชัย กรรณสูต รวม 4 คนมีความประสงค์จะเข้าศึกษาธรรมชาติเส้นทางทินวย ทิคอง มหาราช และเส้นทางสะเน่พ่อง เกาะสะเดิ่ง ระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2561 ด้วยรถยนต์จำนวน 1 คัน ทะเบียน 7 ค 2191 กทม.

จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวพบประเด็นที่น่าสนใจจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ในเขตทุ่งใหญ่นเรศวรฯ พบเส้นทางที่ทางนายเปรมชัย ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ เป็นเส้นทางมุ่งหน้าไปยังใจกลางของเขตทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุม

โดยเส้นทางที่นายเปรมชัยจะใช้ตามที่ได้ระบุในหนังสือขออนุญาตคือเส้นทางบ้านคลิตี้บน หน่วยพิทักษ์ป่าทินวย หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช หน่วยพิทักษ์ป่าดงวี่ หน่วยพิทักษ์ป่าเซซาโว่ หน่วยพิทักษ์ป่าแม่กะสะ หน่วยพิทักษ์ป่าจะแก บ้านพุจือ (เหมืองแร่ตะกั่วเก่า) หน่วยพิทักษ์ป่าทิไล่ป้า หน่วยพิทักษ์ป่าโซ่ละวะ หน่วยพิทักษ์ป่าเกาะสะเดิ่ง หน่วยพิทักษ์ป่าสะเน่พ่อง แต่นายเปรมชัย ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน ที่บริเวณลำห้วยปะชิ ระหว่างหน่วยพิทักษ์ป่าทิคองกับ หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช ทำให้นายเปรมชัยไม่สามารถเดินทางต่อไปถึงใจกลางเขตป่าทุ่งใหญ่

อีกแค่10กม.จะถึง”โป่งกระทิง”ที่มีสัตว์ใหญ่

โดยเฉพาะหากไปถึงโป่งกระทิง อยู่ห่างจากจุดตั้งแคมป์นายเปรมชัยเพียง 10 กิโลเมตร พื้นที่ระหว่างหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช กับหน่วยพิทักษ์ป่าเซซาโว่ เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าใหญ่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งช้าง กระทิง สมเสร็จ เก้ง กวาง หมีควาย เสือโคร่ง และเสือดาว

แหล่งข่าวยังระบุว่า หากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ไม่สามารถจับกุมตัวนายเปรมชัยได้ คาดว่าป่าทุ่งใหญ่ต้องสูญเสียสัตว์ป่าอีกเป็นจำนวนมาก และที่ผ่านมา มีข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ไม่เคยอนุญาตให้ผู้ใดใช้เส้นทางจากหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช มุ่งหน้าไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าเซซาโว่ โดยอนุญาตให้เข้าศึกษาธรรมชาติจากหน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง ถึงหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชเท่านั้น

อาลัยเสือดำสัตว์ในทุ่งใหญ่ต้องไม่ตายฟรี

วันเดียวกันที่ลานหน้าสนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ชมรมอนุรักษ์ฯ จุฬาฯ ) ได้จัดกิจกรรม “สัตว์ในทุ่งใหญ่ต้องไม่ตายฟรี” เพื่อเป็นการแสดงออกต่อเหตุการณ์ที่นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกอีก 4 คนที่ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา และสัตว์คุ้มครองอีกหลายชนิด ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดย น.ส.ณิชา เวชพานิช สมาชิกชมรมอนุรักษ์ฯ จุฬาฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงการละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นการบุกรุกพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติและล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยทางชมรมฯ และเครือข่ายนักศึกษาชมรมอนุรักษ์ฯ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ จึงได้มีการออกแถลงการณ์ เพื่อเรียกร้องให้มีการติดตามคดีต่อไป เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา

“การจัดกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่ให้นิสิตจุฬาฯ และประชาชนผู้สนใจได้แลกเปลี่ยนความรู้ และแสดงความคิดเห็น ดิฉันเห็นว่า เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นมาแล้ว และไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ดิฉันจึงดีใจที่มีส่วนผลักดันให้เกิดกิจกรรมนี้ ซึ่งถือเป็นการปลูกฝังให้ประชาชนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติ” น.ส.ณิชา ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีการแสดงละคร เล่นดนตรี และมีการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานแลกเปลี่ยนความเห็นต่อกรณีดังกล่าว โดยได้มีการแจกหน้ากากเสือดำแก่ประชาชนผู้ร่วมงาน ทั้งนี้มีการจุดเทียน

‘ศรีสุวรรณ’จี้ ก.ล.ต.เชือด’อิตาเลียนไทย’

เวลาประมาณ 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้ายื่นหนังสือเพื่อให้ตรวจสอบและไต่สวนข้อเท็จจริง นำไปสู่การลงโทษนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อาจเข้าข่ายถูกเพิกถอนการจดทะเบียน โดยมีนายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผอ.สื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุน ในฐานะโฆษก ก.ล.ต.เข้ารับหนังสื่อข้อร้องเรียน

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ได้เข้ายื่นหนังสือกับ ก.ล.ต.เนื่องจากใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุไว้ชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำผิดที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องของ นายเปรมชัย เป็นการกระทำที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทมหาชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ อันเนื่องมาจากการกระทำผิดกฎหมาย ก.ล.ต.ในฐานะเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลบริษัทต่างๆที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็มีอำนาจที่จะเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการกับบริษัทที่ไม่ทำตามธรรมาภิบาลที่บริษัทได้กำหนดไว้ในเรื่องของการจะไม่เข้าไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ บริษัทยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการเอาผิดกับนายเปรมชัย ดังนั้น ก.ล.ต.จึงต้องเข้ามาเป็นผู้สั่งลงโทษบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ที่ยังคงเพิกเฉยกับกรณีนี้และอยากให้มีมาตรการเสริมหรือเพิ่มเติมเพื่อให้บริษัทอื่นๆ ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ไปกระทำผิดเหมือนกับผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทยฯ

นายปริย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของจริยธรรมและธรรมาภิบาลของแต่ละบุคคล หากทางบริษัทมีข้อสงสัยหรือขัดแย้งกับธรรมาภิบาลของบริษัทที่ประกาศไว้ ทาง ก.ล.ต.จึงอยากให้ทางบริษัทมีการดำเนินการพิจารณาว่าจะดำเนินการกับตัวบุคคลอย่างไร และก็อยากให้สังคมคอยติดตามดูว่าบริษัทมีการดำเนินการอย่างไร

ส่วนหน้าที่ของ ก.ต.ล.หน้าที่หลักเป็นการดำเนินการโดยตรงเฉพาะเรื่องการกระทำผิดเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์ การทุจริต ฉ้อโกงหรือปัญหาการดำเนินธุรกิจซึ่งเป็นขอบเขตที่กฎหมายด้านหลักทรัพย์ให้อำนาจ ก.ล.ต.ไว้ ส่วนเรื่องของการกระทำผิดต่อธรรมาภิบาลที่บริษัทได้ประกาศไว้กับสาธารณะ ต้องขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ต้องมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

Cr.http://www.naewna.com/local/320619

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *