กปปส.มาแล้ว ทวงจุดยืน3ข้อต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

กปปส.มาแล้ว ทวงจุดยืน3ข้อต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 20.33 น.

มีชัยระบุนายกฯประกาศเลือกตั้งพย.ปี61ไม่ใช่เรื่องลับ แค่คำนวณตามกรอบเวลารัฐธรรมนูญ วอนอย่าคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรล่วงหน้า ขณะที่ชพน.ออกนอกหน้าขอบคุณบิ๊กตู่ ให้ความชัดเจน รอคสช.ปลดล็อคปล่อยผีคิวต่อไป ขณะที่กปปส.ย้ำจุดยืนต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง 3 เรื่องให้จบคือ “กำจัดทุนสามานย์-ผ่าตัดตร.-ปราบทุจริตคอรัปชั่น” ด้าน”สมชัย”กางปฏิทินถ้าสนช.คว่ำกม.ลูกต้องลากยาวไปถึงมกราฯ ปี62

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศจะมีการเลือกตั้งประมาณเดือนพฤศจิกายน2561 ว่านายกรัฐมนตรีนับตามกรอบเวลาในรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้มีการพูดคุยกันไปก่อนหน้านี้แล้ว

วอนอย่าคาดเดาไปก่อนล่วงหน้า

อย่างไรก็ตามกรธ.ก็ยืนยันตั้งแต่วันแรกแล้วว่า ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเสร็จทันตามกรอบเวลา เพราะหากไม่เสร็จ กรธ.จะต้องพ้นสภาพกันไปหมด ดังนั้นไม่รู้สึกกังวล หรือถือเป็นการกดดัน กรอบเวลาดังกล่าวรวมเวลาปรับแก้ของสนช.แล้วด้วย ส่วนที่บางคนระบุว่าไม่น่าจะจัดการเลือกตั้งได้ทันในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า เพราะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ อาจถูกคว่ำนั้นเป็นการคาดเดากันล่วงหน้า

นายกฯคำนวณตามกรอบรธน.

“นายกฯ นับตามวันที่เสร็จ คือวันที่ต้องไม่เกิน 240 วันอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าท่านจะมาเร่งทำให้เสร็จก่อน เรื่องระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญได้คุยกันแล้ว ถึงได้เข้าใจตรงกันว่าร่างอะไร ไปถึงไหน และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าเลือกตั้งได้ช่วงไหน ทุกคนก็ไปอ่านได้ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นความลับอะไร แต่ที่เรากังวลว่าจะเกิดนั้นเกิดนี่ขึ้น มันก็ได้ทุกเรื่อง ที่กลัวว่ากฎหมายจะโดนคว่ำ ก็เหมือนกับกลัวว่าจะเดินทางไปแต่งงาน กลัวรถคว่ำ” นายมีชัย กล่าว

แจงเหตุทำต้องเร่งคลอดกม.ที่มาสว.

ส่วนกรณีที่กกต.กังวลว่าระยะเวลา 150 วันจะจัดการเลือกตั้งไม่ทัน หากนับรวมวันประกาศผลการเลือกตั้งด้วย นายมีชัย กล่าวว่า หาก กกต.นับรวมถึงวันประกาศผลการเลือกตั้ง ก็แปลว่าทันทีที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ กกต.จะต้องเริ่มทำงานทันที และจะต้องเลือกส.ว.ให้เสร็จก่อนเลือกตั้งส.ส. 15 วัน จึงเป็นที่มาที่กรธ.ต้องทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ก่อน  และเมื่อทำกฎหมายส.ว.เสร็จ ก็ทำกฎหมายลูก ส.ส.ได้ง่าย

สมชัยชี้สนช.ตัวแปรเลือกตั้งเร็ว-ช้า

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวว่า การเลือกตั้งอาจจะเร็วหรือช้ากว่าที่คิด ซึ่งต้องดูการพิจารณากฎหมายลูกที่เหลืออยู่ หากสนช.ผ่านกฎหมายเลือกตั้งส.ส.และส.ว.ภายใน 60 วัน และไม่มีองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องยื่นคัดค้านว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมรวมขั้นตอนทางธุรการต่างๆ ก่อนนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ จะใช้เวลา 3 เดือน หลังจากวันที่ 1 ธันวาคมนี้คือสามารถทูลเกล้าฯ ได้ประมาณวันที่ 1 มีนาคม 2561

ถ้าเลือกตั้งเร็วอาจจะเป็นเดือนสิงหาฯ

จากนั้นในขั้นการลงพระปรมาภิไธยซึ่งถือเป็นพระราชอำนาจ มีกรอบระยะเวลา 90 วัน หากประมาณการโดยเฉลี่ยของการลงพระปรมาภิไธยในอดีตประมาณ 1 เดือนครึ่ง อาจเป็นไปได้ว่าสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษา ระหว่างวันที่ 15 – 30 เมษายน 2561 ต่อจากนั้นจะเริ่มต้นนับ 150 วัน เพื่อจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ

โดยกกต.ต้องเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการไม่ถูกร้องคัดค้านภายหลัง ว่าจัดเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเวลาที่ดำเนินการ 150 ควรกำหนดวันเลือกตั้งให้อยู่ในช่วงประมาณวันที่ 90-100 เพื่อให้สามารถประกาศผลได้ทันใน 150 วัน และด้วยเหตุนี้การเลือกตั้งทั่วไป จึงอาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่คิดคืออาจมีขึ้นในเดือนสิงหาคม 2561

ถ้าสนช.คว่ำกม.ลูกอาจลากถึงมค.62

นายสมชัย ยังกล่าวว่า หากการพิจารณากฎหมายลูกล่าช้า สนช.ลงมติไม่รับหลักการ ในกฎหมายส.ส.หรือ ส.ว. ฉบับใดฉบับหนึ่ง กรธ.ต้องนำประเด็นที่เป็นเหตุไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำเสนอสนช.ใหม่ โดยเป็นการแก้ไขบางส่วนไม่ใช่ร่างใหม่ทั้งฉบับ ในขั้นตอนนี้น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และสนช. มีกรอบเวลาอีก 60 วัน พิจารณากฎหมายที่เสนอมาใหม่ และหากไม่ตั้งกรรมาธิการร่วม รวมขั้นตอนทางธุรการต่างๆก่อนนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ จะใช้เวลา 3 เดือน หากเกิดเหตุในลักษณะนี้การเลือกตั้งทั่วไปอาจเกิดขึ้นช้ากว่าที่คิด คือต้องบวกไปอีก 5 เดือน โดยอาจเลือกตั้งในเดือนมกราคม 2562

ชพน.ขอบคุณบิ๊กตู่เคาะเลือกตั้ง

ด้านนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาล ที่จะให้มีการเลือกตั้งตามโรดแมปที่วางไว้ ถือว่าเป็นสัญญานที่ชัดเจนและเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับบรรยากาศการลงทุนและเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นประชาธิปไตยและความเป็นสากลของประเทศ ทั้งจะสร้างความสงบเรียบร้อยภายใน และยังเป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อนักลงทุน นักท่องเที่ยว

รอคสช.สั่งปลดล็อกคิวต่อไป

“เมื่อโรดแมปการเลือกตั้งมีกรอบเวลาที่ค่อนข้างแน่นอนแล้ว พรรคชาติพัฒนา ก็ขอให้ทุกพรรคการเมืองให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน และร่วมมือกับรัฐบาลในการสร้างบรรยากาศของความปรองดอง ความเข้าใจของสถานการณ์ต่างๆเพื่อปูทางไปสู่ความเรียบร้อยของการเลือกตั้งที่จะมาถึงในปีหน้า และเมื่อผ่านพ้นเดือนตุลาคมนี้ไป พรรคชาติพัฒนาก็พร้อมที่จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามกฎกติกา ตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และที่คสช.จะประกาศผ่อนปรนต่อไป”นายชลิตรัตน์ กล่าว

กปปส.ย้ำต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ขณะที่นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า นักการเมืองคงดีใจที่จะเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่สำหรับมวลมหาประชาชนและ กปปส.แล้ว การเลือกตั้งจะเร็วหรือช้า ไม่มีผลใดๆกับเรา แต่อยากให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ทำการปฏิรูปประเทศตามที่เคยได้ประกาศไว้ว่า จะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเหลือเวลาอีก 1 ปี ก็ควรจะปฏิรูป ให้ได้ 3 เรื่อง ซึ่งที่เป็นข้อเสนอของมวลมหาประชาชน คือ

กำจัดกลุ่มทุนสามานย์พ้นการเมือง

1. การทำพรรคการเมืองให้เป็นของประชาชนโดยแท้จริง โดยการขจัดกลุ่มทุนสามานย์ที่ใช้ทุนจากากรทุจริตเพื่อเอาคนของตัวเองเข้าสู่อำนาจเพื่อมาถอนทุนโดยการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการขจัดพรรคการเมืองที่ยังเป็นทาสรับใช้ของทุนสามานย์ เพราะการที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดให้มีไพรมารี่โหวต ยังไม่พอ ต้องไปเขียนในกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎหมายหลาน โดยระบุเจาะจงให้ชัดเจนในการตรวจสอบแหล่งที่มาเงินทุนเหล่านี้ เพื่อตรวจสอบถึงแหล่งเงินทุนของกลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไม่ให้นายทุนสามานย์เข้ามาเป็นเจ้าของพรรค หรือทำตัวเป็นนายทาส ส.ส.

ยังไม่สายอีก1ปีให้รีบผ่าตัดตำรวจ

2. การปฏิรูปตำรวจ ต้องเป็นการปฏิรูปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ปฏิรูปเพื่อประโยชน์ของตำรวจ เพราะเท่าที่เห็น การเอาพล.อ. บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ มาเป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและตำรวจของรัฐบาลคสช. แต่กรรมการกลับเป็นตำรวจทั้งหมดก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กรตำรวจเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่แท้จริงได้ แต่ควรจะฟังความเห็นของประชาชน นักวิชาการ เช่น พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ นายวิทยา แก้วภราดัย เป็นต้น เพราะการปฏิรูปตำรวจที่ทำอยู่ เวลานี้ บอกได้คำเดียวว่า หมดหวัง แต่เวลา 1 ปี ที่เหลือยังสามารถปรับเปลี่ยนทบทวน แก้ไขได้ ยังไม่สาย อยู่ที่ความจริงใจว่า จะทำหรือไม่

 ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น

นายถาวร กล่าวต่อว่า 3. การปฏิรูปการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น แม้ขณะนี้จะมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลอาญาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งสามารถพิจารณาคดีลับหลังผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีได้ แต่ควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมให้ประชาชนในฐานะเจ้าของเงินภาษีสามารถเป็นโจทก์ฟ้องร้องคดี การทุจริตได้ ในฐานะที่ประชาชนเป็นผู้เสียหายโดยตรงในคดีการทุจริตทุกเรื่อง และเป็นคดีที่ไม่มีอายุความ รวมถึงการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น ไม่ใช่ทำรัฐประหารแล้วกลับรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางและภูมิภาค แต่ส่วนท้องถิ่นกลับถูกยึดอำนาจลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะด้านการคลัง และการใช้งบประมาณ การกล่าวอ้างว่าส่วนท้องถิ่นมีการทุจริตมาก ทั้งที่ส่วนกลางและภูมิภาคก็มีการทุจริตคอร์รัปชันเช่นกัน ถ้ากฎหมายปราบโกงกำหนดให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ โดยประชาชนสามารถฟ้องร้องเอาผิดได้ คดีทุจริตเหล่านี้จะลดลง

เลือกตั้งเร็วจะกลับสู่วงจรอุบาทว์  

“ ดังนั้นการที่พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2561 ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากเลือกตั้งไปโดยที่ยังไม่มีการปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ก็คาดการณ์ได้ว่าการเมืองจะกลับเข้าสู่วงจรอุบาทก์ ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม จะเกิดเผด็จการรัฐสภาโดยเสียงข้างมาก จะละเลยหลักนิติรัฐ นิติธรรม โดยอ้างว่าเขาได้รับเสียงสวรรค์มาจากประชาชน มีสิทธิ์ทำทุกเรื่อง ถูกต้องเพราะผ่านฉันทามติประชาชนมาแล้วเหมือนที่เคยเป็นมา จึงขอให้ คสช.ทบทวน และเร่งปฏิรูปอย่างน้อย 3 เรื่อง อย่างที่ผมเสนอ ในเวลา 1 ปี ถ้าตั้งใจจริงสามารถทำทันได้ มิเช่นนั้นแล้วการรัฐประหารครั้งนี้ก็จะเสียของ สูญเปล่า เสียโอกาสประเทศ” นายถาวรกล่าว

บิ๊กต๊อกชี้มีเวลาอีกมากอย่าใจร้อน

ขณะที่พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวว่า ต้องรอดูขั้นตอนที่รัฐบาลกำหนดขึ้นมาก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน ขอให้รอกฎหมายลูกเสร็จเรียบร้อยก่อน ตอนนี้ยังมีเวลา เพราะกฎหมายลูกเพิ่งออกมา 2 ฉบับ แต่ยังมีกฎหมายลูกในส่วนอื่นๆค้างอยู่อีก ส่วนรายละเอียดต่างๆทางนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปหมดแล้ว

เมื่อถามว่าหลังเดือนต.ค.ไปแล้ว ทางเหล่าทัพจะช่วยดูแลสถานการณ์อย่างไร เพราะจะมีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางพรรคการเมืองได้ พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า ทางทหารก็ทำงานตามหน้าที่ปกติ ทั้งนี้เข้าใจว่าเมื่อปลดล็อกแล้วพรรคการเมืองก็คงอยู่ในกติกา เราสามารถพูดคุยกันได้ แต่เรื่องขั้นตอนรายละเอียดต้องรอผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ปลดล็อคพรรคการเมืองเมื่อถึงเวลา

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ .ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเตรียมปลดล็อคพรรคการเมืองหลังเดือนต.ค.นี้ว่าจะมีกระบวนการและขั้นตอนเมื่อกฎหมายพรรคการเมืองผ่านแล้วจะมี 2 กลุ่มที่เกี่ยวข้องคือกลุ่มพรรคการเมืองที่จดทะเบียนแล้วจะมีกรอบเวลาในการดำเนินการกับพรรคการเมืองที่จะจดทะเบียนใหม่ก็มีกรอบเวลาในการดำเนินการเช่นกันซึ่งหลังพระราชพิธีสำคัญจะมีการพูดคุยกันว่าจะปลดล็อคอะไรอย่างไร

สนช.เด้งรับนายกฯเลือกตั้งพย.61

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนพ.ย.2561แล้วเท่ากับกระบวนการเปลี่ยนผ่านประเทศจะเป็นไปตามโรดแมปที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน

รองประธานสนช. กล่าวว่า สำหรับกระบวนการจัดทำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ สนช.ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนมิ.ย.2561แน่นอนโดยจะเป็นการทำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญให้เสร็จทั้ง 10 ฉบับ ไม่ใช่เพียงแค่ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 4 ฉบับเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

Cr.http://www.naewna.com/politic/297151

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *